1. เครื่องดีด คือเครื่องดนตรีที่ใช้สายขึงให้ตึง วิธีดีดสายให้เกิดเสียง ถ้าเป็นเครื่องดนตรีโบราณจะมีเพียง 1-2 เส้นเท่านั้นเช่น พิณเปี๊ยะ พิณน้ำเต้า ซึง กระจับปี่ และจะเข้

2. เครื่องสี คือเครื่องดนตรีที่ใช้สายขึงให้ตึง เช่นเดียวกับเครื่องดีด ซอ3สายทำมาจากตัวกระโหลก ต้องใช้กะลามะพร้าวรูปร่างพิเศษ ซึ่งมีลักษณะเป็นพู3พูตัวหนังลูกแพะ มีสาย3สายเสียงเพราะ ใช้เทคนิคการสีที่สลับซับซ้อนค่อนข้างยาก ซออู้ ซอด้วง มีลักษณะคล้ายซอของจีน มีเพียง2สาย คันชักสอดอยู่ในระหว่างสายทั้งสอง

3. เครื่องตี ที่ทำด้วยโลหะ ได้รับอิทธิพลจากมอญได้แก่ฆ้อง วงปี่พาทย์ เดิมใช้ใบเดียวต่อมาใช้ฆ้อง2ใบ เล่นรวมกันเรียกว่า ฆ้องคู่ จนในที่สุดใช้ฆ้อง16ใบ เรียกว่าฆ้องวง เครื่องตีที่ทำด้วยหนัง ได้รับอิทธิพลจากอินเดีย มลายู และชวา ได้แก่กลองชาตรี กลองแขก กลองทัด กลองโทน กลองสองหน้า กลองแขก เป็นกลองคู่2ใบ นิยมใช้ประสมวง ประกอบจังหวะในดนตรีไทยทุกประเภท เป็นกลอง2หน้าใช้มือตีเครื่องตีที่ทำด้วยไม้ เกราะ เป็นของโบราณใช้ตีบอกเหตุอันตรายหรือเรียกประชุม โกร่ง ใช้ให้จังหวะในการแสดงนาฏศิลป กรับ ทำด้วยไม้ที่เบากว่า ใช้แสดงร่วมกับการขับร้อง ระนาด ทำด้วยไม้เนื้อแข็ง นิยมนำมาประสมวงปี่ พาทย์

4. เครื่องเป่า ใบไม้ เป็นเครื่องเป่าที่มีมาแต่ดึกดำบรรพ์ จ้องหน่อง เป็นทั้งเครื่องเป่าและเครื่องตีรวมกันอยู่อันเดียวกัน ทำด้วยไม้ไผ่ การเล่นจะต้องตีและเป่าพร้อมกัน แคน เป็นเครื่องเป่าที่นิยมมากในอิสาน ปี่ ที่เป็นของไทยมี ปี่นอก เสียงที่แหลมกว่าเรียกว่าปี่ใน ปี่ไฉน ไทยได้แบบมาจากอินเดีย ปี่ชวา ปี่มอญ ปี่ซอ ปี่อ้อ ใช้ในการบรรเลงเพลงพื้นเมือง ปี่ใช้ในวงปี่พาทย์ เทคนิคในการเป่า เป่าได้ทน กินเวลานานโดยไม่เหนื่อย คือ เวลาเป่าลมออกไป นักเป่าปี่จะใช้ช่องจมูก ดูดลมเข้าไปเก็บไว้สำรองเสียงที่เป่าลมออกจึงไม่ขาดเพราะการหยุดหายใจเข้า ปี่ ขลุ่ย ที่ทำด้วยไม้ เจาะรูกลวงตลอด เลาขลุ่ย แล้วเจาะรูกลมบนเลาขลุ่ยอีก7รู